BREAKING

วันที่ข่าว: 20 กรกฎาคม 2569

หมวดหมู่: ข่าวฟุตบอล / ทีมชาติฝรั่งเศส / ผู้จัดการทีม

เดส์ชองส์ อำลาฝรั่งเศส ปิดฉากคุมทีม 14 ปี

ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ยุติบทบาทหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ หลังจบภารกิจในศึกฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากการทำงานอันยาวนานถึง 14 ปี พร้อมทิ้งผลงานอันยิ่งใหญ่ไว้ในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส

เดส์ชองส์เข้ารับตำแหน่งกุนซือทีมตราไก่ในปี 2012 และพัฒนาทีมจนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังของโลก โดยตลอดช่วงเวลาที่คุมทีม เขาสามารถพาฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 และแชมป์ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2020/21 รวมถึงผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติอีกหลายรายการ

นอกจากความสำเร็จในด้านถ้วยรางวัลแล้ว เดส์ชองส์ยังสร้างสถิติเป็นผู้จัดการทีมที่พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยชนะในฟุตบอลโลกได้มากที่สุด ตอกย้ำบทบาทของเขาในฐานะหนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จที่สุดของประเทศ

ตลอดระยะเวลาการทำงาน เดส์ชองส์ได้รับการยอมรับในเรื่องการบริหารขุมกำลัง การสร้างสมดุลระหว่างนักเตะรุ่นเก๋าและดาวรุ่ง รวมถึงความสามารถในการวางแท็กติกที่ช่วยให้ฝรั่งเศสรักษามาตรฐานในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้การคุมทีมของเขา นักเตะดาวรุ่งหลายคนได้รับโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติ ขณะที่ทีมฝรั่งเศสยังคงเป็นหนึ่งในชาติที่ได้รับการยกย่องว่ามีขุมกำลังแข็งแกร่งที่สุดของโลก

หลังการประกาศอำลาตำแหน่ง เดส์ชองส์กล่าวขอบคุณนักเตะ ทีมงาน แฟนบอล และสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสที่ให้การสนับสนุนมาตลอด พร้อมระบุว่ารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในช่วงเวลาสำคัญของทีมชาติ

ด้านสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสยกย่องผลงานของเดส์ชองส์ว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลฝรั่งเศส และขอบคุณสำหรับความทุ่มเทที่มีให้กับทีมตลอดระยะเวลา 14 ปี

การอำลาของเดส์ชองส์ถือเป็นการสิ้นสุดยุคทองอีกช่วงหนึ่งของทีมตราไก่ และเปิดทางให้ผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาสานต่อภารกิจในการพัฒนาทีม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันรายการใหญ่ในอนาคต

แฟนฟุตบอลทั่วโลกต่างร่วมแสดงความชื่นชมต่อผลงานของเดส์ชองส์ ซึ่งได้รับการยกย่องทั้งในฐานะอดีตนักเตะและผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับทีมชาติฝรั่งเศส

สรุปท้ายข่าว

ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ อำลาตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติฝรั่งเศส หลังคุมทีมยาวนาน 14 ปี พร้อมฝากผลงานคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2020/21 และสร้างสถิติสำคัญมากมาย ปิดฉากหนึ่งในยุคที่ประสบความสำเร็จที่สุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส.